วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

10 วิธีเลือกเครื่องกรองน้ำติดไว้ที่บ้าน


การที่เราจะเลือกเครื่องกรองน้ำ เพื่อกรองน้ำดื่มให้คนในครอบครัวของเรา ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่มที่ได้จากการกรอง อายุใช้งานของเครื่องกรองน้ำ การดูแลบริการหลังการขาย รวมไปถึงมาตรฐานการผลิตต่าง ๆ ที่ได้ผลิตจากโรงงาน วันนี้เรามีวิธีเลือกเครื่องกรองน้ำที่ไม่ทำให้คุณเสียเวลา และเสียอารมณ์กับเรื่องจุกจิก ๆ ที่ตามมาทีหลัง หากเราเลือกใช้เครื่องกรองน้ำที่มีคุณภาพ มั่นใจได้เลยว่าน้ำทุกหยดที่เข้าสู่ร่างกายของคุณและครอบครัวนั้นสะอาดและเต็มไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ ครบแน่นอน

  1. เครื่องกรองน้ำที่ได้มาตรฐาน อย่างแรกเลยที่เราควรคำนึงนั่นคือเครื่องกรองน้ำมีมาตรฐานหรือไม่  โดยเครื่องกรองน้ำที่มีประสิทธิภาพจะต้องผ่านการรับรองจากองค์กรส่งเสริมอนามัยแห่งชาติระหว่างประเทศ (NSF International) และสามารถลดสิ่งปนเปื้อนตามมาตรฐาน NSI/ANSI ที่ 42, 53, 55, 401 และ P477
  2. ไส้กรองคาร์บอน เครื่องกรองน้ำที่ดีต้องมีไส้กรองคาร์บอน ารเคมีและอนุภาคต่างๆ ในน้ำที่ไหลผ่านคาร์บอนกัมมันต์จะถูกดักจับไว้ในรูเล็กๆ เหล่านี้ กำแพงของรูเหล่านี้จะดูดซับสารปนเปื้อนอินทรีย์ทั้งหลาย ยิ่งรูพรุนและพื้นที่ผิวมากขึ้นเท่าใด ความสามารถของคาร์บอนกัมมันต์ในการกรองสารปนเปื้อนก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
  3. เทคโนโลยีการผลิต ควรมีการนำเทคโนโลยีที่ช่วยให้การกรองน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้นมาใช้ เช่น เทคโนโลยีไส้กรองคาร์บอน เทคโนโลยีหลอดอุลตร้าไวโอเล็ท เทคโนโลยีสมาร์ทชิพ เป็นต้น
  4. คุ้มค่า คุ้มราคา ถ้าเทียบกับต้องซื้อน้ำดื่ม  เครื่องกรองน้ำที่ดีต้องประหยัด และช่วยให้การซ่อมบำรุงน้อยลง และผลิตน้ำได้ปริมาณที่เหมาะสม เครื่องกรองน้ำบางยี่ห้อสามารถกรองน้ำได้ถึง 5,000 ลิตร หรือ 1 ปี ต่อสมาชิกในครอบครัว 6 คน
  5. น้ำที่จะนำมากรอง ปัจจุบันน้ำส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เป็นน้ำประปา สามารถนำมากรองน้ำได้แทบทุกชนิด เพราะน้ำประปามีการบำบัดเพื่อฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียมาก่อนแล้ว ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรองบ่อยช่วยยืดอายุของไส้กรองให้มีระยะเวลาการใช้งานที่ยาวขึ้น
  6. ติดตั้งง่าย  โดยสามารถติดตั้งได้ง่าย  เพียงต่อกับก๊อกน้ำในบ้านเท่านั้น สำหรับใครที่อาศัยอยู่คอนโดที่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ใช้สอย การติดเครื่องกรองน้ำที่เหมาะกับสถานที่ โดยอาจจะเลือกเครื่องกรองน้ำมีขนาดกะทัดรัด ทำให้สามารถติดตั้งที่มุมไหนของบ้านก็ได้ ที่สะดวกต่อการใช้งาน
  7. การบริการหลังการขาย การติดตามเรื่องการเปลี่ยนไส้กรอง เพราะบางทีเราก็ลืมไป การที่ตัวแทน หรือหน่วยงานบริษัทเข้ามาถามไถ่เราประจำตามกำหนดระยะเวลา จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน และบอกต่อคนอื่น ๆ ได้
  8. ยังคงแร่ธาตุที่มีประโยชน์ น้ำดื่มที่ดี นอกจากจะสะอาด ไม่มีเชื้อโรคหรือสิ่งปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคแล้ว ในน้ำควรมีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายละลายอยู่ในปริมาณที่องค์การอนามัยโลก หรือกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ โดยการประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาคได้ใช้มาตรฐานคุณภาพน้ำจาก WHO 2011 ซึ่งได้กำหนดปริมาณขั้นต่ำของแร่ธาตุบางชนิดไว้อย่างเช่น ฟลูออไรด์ (Fluoride) = 0.7 mg/l* เป็นต้น
  9. การรับประกัน มีใบรับประกัน มีชื่อบริษัทที่น่าเชื่อถือ และสามารถติดตามได้ ซึ่งการรับประกันไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วน หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ หากมีการรับประกันจะทำให้เรามั่นใจได้ถึงความปลอดภัยต่าง ๆ
  10. การโฆษณาตามสื่อต่างๆ ทำให้สินค้าดูน่าเชื่อถือ หากเราจะเลือกเครื่องกรองน้ำสักเครื่อง เราอาจจะต้องดูเรื่องการสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ในช่องทางต่าง ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ หรือถ้าอยากรู้ในเชิงลึก ก็สามารถหาข้อมูลหรือสอบถามผู้ที่รู้ ก็จะช่วยให้เราตัดสินใจได้

วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เครื่องกรองน้ำ มิตรแท้ต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมตัวจริง!!

ถ้าพูดถึงน้ำดื่ม เราจะเชื่อได้อย่างไรว่าน้ำตามท้องตลาดนั้นสะอาดพอและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และด้วยความที่น้ำดื่มตามท้องตลาดทั่วไปจะบรรจุในขวดพลาสติก ทำให้เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ใช้เวลาย่อยสลายนานนับปี  เราจึงควรตระหนักและหันมาเปลี่ยนแปลงวิธีบริโภคน้ำดื่ม โดยเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา คือ การเปลี่ยนเครื่องกรองน้ำ หรือติดตั้งเครื่องกรองน้ำที่มีมาตรฐานสากลอย่าง eSpring ถ้าถามว่าแล้วทำไมถึงต้องใช้เครื่องกรองน้ำ eSpring  ช่วยลดมลพิษและดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร



     การติดตั้งเครื่องกรองน้ำไว้ใช้เองที่บ้านนั้นช่วยลดมลพิษและรักษาสิ่งแวดล้อมได้แน่นอนครับ แถมยังดีต่อสุขภาพ และได้แร่ธาตุที่ร่างกายของคนเราต้องการครบถ้วน  เราไปดูว่าเครื่องกรองน้ำ eSpring มีประโยชน์อย่างไรบ้าง

1. ช่วยลดขวดพลาสติก ที่ย่อยสลายยากและยังเป็นที่มาของมลพิษและระบบนิเวศต่าง ๆ ด้วย สมมุติ
ว่าคนไทย 60 ล้านคน ดื่มน้ำวันล่ะ ขวด ก็จะทำให้มีขวดพลาสติกถึง 60 ล้านขวดต่อวันกันเลยที
เดียว เมื่อคิดถึงวิธีกำจัด หรือมูลค่าที่จะต้องจัดการกับขยะกองโตนี้ ก็ถือว่าเยอะอยู่มากเลยทีเดียว

2. ประหยัดเงิน แน่นอนว่าการที่เรากรองน้ำดื่มเอง และนำบรรจุใส่ภาชนะทุกครั้งที่เราออกไปนอกบ้าน จะช่วยให้เราประหยัดทั้งเงิน และมั่นใจในน้ำดื่มที่เราพกไปเองอีกด้วย

3. ชะลอวัย เครื่องกรองน้ำ eSpring ได้นำเทคโนโลยีไส้กรองคาร์บอนมาประยุกต์ใช้ จึงทำให้เราได้ดื่มน้ำสะอาด ปราศจากเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อน อีกทั้งยังช่วยกำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ และปรับปรุงรสชาติของน้ำด้วย การดื่มน้ำเป็นประจำยังส่งผลให้เรามีสุขภาพผิวที่ดี ผิวพรรณชุ่มชื้น เปล่งปลั่งสดใสและดูมีน้ำมีนวลด้วย

4. ไม่เกิดการสูญเสียน้ำ เครื่องกรองน้ำ eSpring ทำให้ไม่เกิดการสูญเสียน้ำขณะกรอง ช่วยประหยัดทรัพยากรน้ำของโลก ซึ่งถ้าหากเทียบกับเครื่องกรองน้ำทั่วไปซึ่งจะสูญเสียน้ำในระหว่างกรองถึง 80% เครื่องกรองน้ำ eSpring จึงเป็นเครื่องกรองน้ำที่ทำให้ใช้น้ำได้อย่างคุ้มค่า

5. ติดตั้งง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน เครื่องกรองน้ำ eSpring มีขนาดกะทัดรัด ไม่เปลืองเนื้อที่ ไม่ว่าที่บ้านหรือคอนโดก็สามารถติดตั้งได้ง่าย ๆ ตอบสนองทุกความต้องการของทุกคนในครอบครัว ทั้งใช้ดื่มและปรุงอาหาร สะดวกต่อการใช้งานและยังปลอดภัยอีกด้วย เพราะเครื่องกรองน้ำ eSpring ได้มีการนำเทคโนโลยีไร้สายมาใช้ ทำให้ไฟฟ้าและน้ำไม่สัมผัสกันโดยตรง

     จะเห็นว่าเครื่องกรองน้ำนั้นมีประโยชน์ต่อเราและคนในครอบครัวมาก ๆ หากเราหันมาใส่ใจสุขภาพ เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวเรา รับรองว่าคุณและครอบครัวจะมีชีวิตที่ดี ร่างกายแข็งแรงแน่นอน หากสนใจเครื่องกรองน้ำที่ได้มาตรฐานสากล ลองคลิกไปศึกษาข้อมูลกันก่อนที่ www.espring.co.th