วันจันทร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560

ทำไมต้องเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำที่มีไส้กรองคาร์บอนและหลอดอุลตร้าไวโอเล็ท


     เครื่องกรองน้ำที่มีในท้องตลาดทุกวันนี้ มีลักษณะที่คล้ายๆ กัน แต่คุณสมบัติในตัวเครื่องกรองน้ำมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานการผลิต วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต รวมไปถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะเป็นตัวกำหนดให้เครื่องกรองน้ำมีความแตกต่างกันโดยชิ้นเชิง 
     วันนี้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีอยู่ในเครื่องกรองน้ำ eSpring จะมีทั้งไส้กรองคาร์บอนและหลอดรังสีอุลตร้าไวโอเล็ท เราลองไปดูว่าทำไมต้องมี 2 สิ่งนี้ และทำไมต้องเป็นเครื่องกรองน้ำ eSpring

1. หลอดอุลตร้าไวโอเล็ท (UV) ซึ่งหลอดอุลต้าไวโอเล็ทนี้จะทำหน้าที่กำจัดแบคทีเรียและไวรัสที่มากับน้ำ โดยหลอดอุลตร้าไวโอเล็ทของเครื่องกรองน้ำ eSpring ซึ่งบรรจุอยู่แกนกลางของชุดไส้กรองให้แสงอุลตร้าไวโอเล็ทมีความเข้มแสงที่ 80 มิลลิจูลต่อตารางเซนติเมตร ซึ่งเพียงพอต่อการทำลายแบคทีเรียและไวรัสที่อาจอยู่ในน้ำดื่มได้มากกว่า 99.99%* 
2. ไส้กรองคาร์บอนกัมมันต์  ของเครื่องกรองน้ำ eSpring เป็นไส้กรองคาร์บอนกัมมันต์ที่ผ่านการจดสิทธิบัตรแล้ว จะมีรูพรุนมากมาย ให้น้ำแทรกซึมผ่านได้ จะช่วยดักจับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ที่มากับน้ำ เช่นกลิ่นคลอลีน ดังนั้น มั่นใจได้เลยว่า สารเคมีและอนุภาคต่างๆ ในน้ำที่ไหลผ่านคาร์บอนกัมมันต์จะถูกดักจับไว้ในรูเล็กๆ เหล่านี้ กำแพงของรูเหล่านี้จะดูดซับสารปนเปื้อนอินทรีย์ทั้งหลาย ยิ่งรูพรุนและพื้นที่ผิวมากขึ้นเท่าใด ความสามารถของคาร์บอนกัมมันต์ในการกรองสารปนเปื้อนก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งน้ำกรองที่มาจาก eSpring จะยังคงแร่ธาตุในน้ำ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม อีกด้วย


     นอกจากจะมีไส้กรองน้ำคาร์บอนกัมมันต์และหลอดอุลตร้าไวโอเล็ทแล้ว เครื่องกรองน้ำ eSpring ยังมีเทคโนโลยีสมาร์ทชิพที่ช่วยบันทึกอายุการทำงานของชุดไส้กรองคาร์บอนและหลอดอุลตร้าไวโอเล็ทอีกด้วย อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ไส้กรองน้ำคาร์บอน eSpring คลิกที่นี่

วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2560

ข้อดีข้อเสียของเครื่องกรองน้ำ

ข้อดีข้อเสียของเครื่องกรองน้ำ



            น้ำดื่มที่เราดื่มกันอยู่ทุกวันนี้อาจมีแหล่งที่มาของน้ำที่แตกต่างกันไป มีทั้งน้ำแร่ น้ำเปล่า  น้ำที่มาจกเทือกเขาสูง หรืออาจจะเป็นน้ำดื่มที่บรรจุใส่ถังมาส่งตามบ้าน แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าน้ำดื่มเหล่านี้สะอาดและปลอดภัย ทางที่ดีก็คือการเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำมาติดไว้ที่บ้านนั่นเอง แต่..เครื่องกรองน้ำที่ว่านี้ มันมีข้อดีและข้อเสียอะไรบ้าง แตกต่างจากน้ำดื่มตามท้องตลาดยังไงบ้างล่ะ

ข้อดีของเครื่องกรองน้ำ
1. ประหยัด เมื่อเรามองช่วงเวลาระยะยาว เครื่องกรองน้ำจะประหยัดอย่างมากสำรับกรองน้ำดื่มไว้ดื่มทั้งครอบครัว การซื้อน้ำดื่มเป็นแพ็ค เมื่อคิดคำนวณแล้วแพงกว่าน้ำดื่มที่ได้จากการกรองน้ำเองที่บ้าน
2. ลดมลภาวะ แน่นอนครับเมื่อเราซื้อน้ำแบบแพคมาดื่มกิน จะทำให้มีปริมาณของขวดพลาสติกที่สูง ซึ่งก็เป็นปัญหาในเรื่องขยะมูลฝอย และการย่อยสลายยากของขวดพลาสติกอีกด้วย แต่การใช้เครื่องกรองน้ำจะช่วยลดปริมาณของพลาสติก และยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
3. มั่นใจในน้ำดื่ม การที่เราติดเครื่องกรองน้ำไว้ใช้เองภายในบ้าน  เราจะรู้แหล่งที่มาของน้ำ เมื่อผ่านเครื่องกรองน้ำ และหลังจากผ่านเครื่องกรองน้ำ เราสามารถพิสูจน์น้ำดื่มได้ตลอดเวลา และจะรู้ได้ทันทีว่าน้ำที่เราดื่มนั้นสะอาดและปลอดภัยจริงๆ จึงทำให้มั่นใจได้เลยว่าน้ำดื่มที่เข้าสู่ร่างกายของเราและคนในครอบครัวนั้นสะอาด ปลอดภัยจากสิ่งปนเปื้อนต่างๆ
4. รู้ระยะเวลาการใช้งาน  ถ้าเราเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำมาติดตั้งที่บ้านเอง เราจะรู้ถึงระยะเวลาในการทำงานของเครื่องกรองน้ำ และจะสามารถดูแลบำรุงรักษาเครื่องกรองน้ำให้ใช้งานได้ปกติ และน้ำดื่มที่ได้นั้นก็จะสะอาด ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา

ข้อเสียของเครื่องกรองน้ำ
1. ราคาแพง เครื่องกรองน้ำที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ จะมีราคาที่สูงกว่า เมื่อเทียบราคาในระยะสั้น แต่ถ้าเรามองในระยะยาว และคำนึงถึงสุขภาพของคนในครอบครัว ราคาแพงนี้อาจไม่ใช่ปัญหาของคุณก็ได้ครับ
2. การดูแลรักษา เครื่องกรองน้ำเวลาใช้ไปนานๆ ก็จะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา เราจึงต้องเสียเวลาในการดูแลรักษา การเปลี่ยนไส้กรอง เมื่อถึงกำหนด คำนึงถึงการใช้งาน และอะไหล่ต่างๆ อีกด้วย
3. การบริการหลังการขาย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งของคนไทยในยุค 4.0 การหาข้อมูลเชิงลึกในการดูแลบริการหลังการขายนี้ก็เป็นส่วนสำคัญยิ่งในการเลือกใช้เครื่องกรองน้ำ หากเราเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำที่ไม่ได้มาตรฐานมาใช้แล้ว เกิดเสียขึ้นมา และไม่มีช่างหรือผู้เชี่ยวชาญมาซ่อม ก็อาจจะทำให้เครื่องกรองน้ำนั้นใช้งานไม่ได้ และทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์ของบ้านก็ได้


การเลือกเครื่องกรองน้ำมาติดไว้ที่บ้าน อาจจะต้องดูเรื่องมาตรฐานการผลิตและบริการหลังการขายด้วย ซึ่งจะทำให้เรามั่นใจได้ว่าเงินที่เราใช้จ่ายไปกับเครื่องกรองน้ำนั้นสมเหตุสมผล แต่กระนั้นก็ยังไม่สำคัญเท่าน้ำดื่มที่ได้จากเครื่องกรองน้ำ ต้องสะอาด บริสุทธิ์ ปลอดภัย ไร้สี ไร้กลิ่น และต้องช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย

วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2560

มาตรฐาน 3ต. ของน้ำดื่มที่ควรมี


     น้ำดื่มที่เราบริโภคกันอยู่ทุกวันนี้ เราอาจมั่นใจว่ามันสะอาด ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพ แต่แท้ที่จริงแล้วน้ำใส ๆ ที่เราเห็นว่าสะอาด บางทีก็มีสิ่งปนเปื้อน หรือสารอันตรายที่เจือปนมากับน้ำ  การที่เราจะนำน้ำดื่มทั่วไปมาพิสูจน์ก่อนดื่ม ก็เป็นเรื่องยาก แต่การที่เราเลือกดื่มน้ำที่มาจากแหล่งน้ำที่น่าเชื่อถือได้นั้นง่ายกว่ามาก วันนี้เรามาดู  มาตรฐาน 3. ของน้ำดื่มที่ดีกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง
รูปภาพประกอบ : https://economical-living.com/2016/07/11/drink-more-water/

1. ต้องไม่มีกลิ่น น้ำดื่มที่ดีต้องไม่มีกลิ่น ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นคลอรีน กลิ่นเหม็นของน้ำ หรือกลิ่นหอมของเกสรดอกไม้ ก็ถือว่าไม่ดีต่อน้ำดื่มแน่นอน น้ำดื่มที่ได้มาตรฐานต้องปราศจากกลิ่น และวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการดื่มน้ำที่ผ่านการกรองน้ำจากไส้คาร์บอน ที่มีคุณสมบัติกำจัดกลิ่น และยังช่วยคงรสชาติของน้ำและแร่ธาตุอีกด้วย

2. ต้องไม่มีเชื้อโรค เชื้อโรคมีขนาดเล็กมากจนไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า แต่ใช่ว่าจะกำจัดเชื้อโรคเล่านี้ไม่ได้ วิธีกำจัดเชื้อโรคที่ได้มาตรฐานดีที่สุดก็คือ การกำจัดด้วยหลอดอุลตร้าไวโอเล็ท (UV) ซึ่งหาได้ในเครื่องกรองน้ำ espring รับรองได้เลยว่าคุณได้ น้ำดื่มสะอาดปลอดภัย เพราะเทคโนโลยีหลอดอุลตร้าไวโอเล็ท (UV) สามารถกำจัดแบคทีเรียและไวรัสในน้ำได้มากถึง 99.99%*

3. ต้องมีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย น้ำดื่มที่ผ่านการกรองน้ำจะมีการเติมแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างการ เช่น แมกนีเซียม แคลเซียม และฟลูออไรด์ ซึ่งในน้ำประปาจะมีสารพวกนี้น้อยมาก ยิ่งไหลมาตามท่อประปากว่าจะมาถึงผู้บริโภคอย่างเรา ก็คงหมดไปกับเส้นทางของน้ำ ง่ายกว่าไหม ถ้าเราติดตั้งเครื่องกรองน้ำเพื่อเพิ่มเติมแร่ธาตุเหล่านี้ให้กับร่างกาย


     การพิสูจน์น้ำดื่มก่อนดื่มเป็นเรื่องยาก แต่การที่เราเลือกดื่มน้ำที่มาจากแหล่งน้ำที่น่าเชื่อถือได้นั้นง่ายกว่า เครื่องกรองน้ำ espring ที่มีทั้งไส้คาร์บอน์ และเทคโนโลยีหลอดอุลตร้าไวโอเล็ท (UV) ที่ช่วยให้การดื่มน้ำของคุณและครอบครัวเป็นเรื่องง่าย

ที่มา : http://www.espring.co.th/knowledge_tips.html?cmd=detail&id=3722

วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

10 วิธีเลือกเครื่องกรองน้ำติดไว้ที่บ้าน


การที่เราจะเลือกเครื่องกรองน้ำ เพื่อกรองน้ำดื่มให้คนในครอบครัวของเรา ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่มที่ได้จากการกรอง อายุใช้งานของเครื่องกรองน้ำ การดูแลบริการหลังการขาย รวมไปถึงมาตรฐานการผลิตต่าง ๆ ที่ได้ผลิตจากโรงงาน วันนี้เรามีวิธีเลือกเครื่องกรองน้ำที่ไม่ทำให้คุณเสียเวลา และเสียอารมณ์กับเรื่องจุกจิก ๆ ที่ตามมาทีหลัง หากเราเลือกใช้เครื่องกรองน้ำที่มีคุณภาพ มั่นใจได้เลยว่าน้ำทุกหยดที่เข้าสู่ร่างกายของคุณและครอบครัวนั้นสะอาดและเต็มไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ ครบแน่นอน

  1. เครื่องกรองน้ำที่ได้มาตรฐาน อย่างแรกเลยที่เราควรคำนึงนั่นคือเครื่องกรองน้ำมีมาตรฐานหรือไม่  โดยเครื่องกรองน้ำที่มีประสิทธิภาพจะต้องผ่านการรับรองจากองค์กรส่งเสริมอนามัยแห่งชาติระหว่างประเทศ (NSF International) และสามารถลดสิ่งปนเปื้อนตามมาตรฐาน NSI/ANSI ที่ 42, 53, 55, 401 และ P477
  2. ไส้กรองคาร์บอน เครื่องกรองน้ำที่ดีต้องมีไส้กรองคาร์บอน ารเคมีและอนุภาคต่างๆ ในน้ำที่ไหลผ่านคาร์บอนกัมมันต์จะถูกดักจับไว้ในรูเล็กๆ เหล่านี้ กำแพงของรูเหล่านี้จะดูดซับสารปนเปื้อนอินทรีย์ทั้งหลาย ยิ่งรูพรุนและพื้นที่ผิวมากขึ้นเท่าใด ความสามารถของคาร์บอนกัมมันต์ในการกรองสารปนเปื้อนก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
  3. เทคโนโลยีการผลิต ควรมีการนำเทคโนโลยีที่ช่วยให้การกรองน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้นมาใช้ เช่น เทคโนโลยีไส้กรองคาร์บอน เทคโนโลยีหลอดอุลตร้าไวโอเล็ท เทคโนโลยีสมาร์ทชิพ เป็นต้น
  4. คุ้มค่า คุ้มราคา ถ้าเทียบกับต้องซื้อน้ำดื่ม  เครื่องกรองน้ำที่ดีต้องประหยัด และช่วยให้การซ่อมบำรุงน้อยลง และผลิตน้ำได้ปริมาณที่เหมาะสม เครื่องกรองน้ำบางยี่ห้อสามารถกรองน้ำได้ถึง 5,000 ลิตร หรือ 1 ปี ต่อสมาชิกในครอบครัว 6 คน
  5. น้ำที่จะนำมากรอง ปัจจุบันน้ำส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เป็นน้ำประปา สามารถนำมากรองน้ำได้แทบทุกชนิด เพราะน้ำประปามีการบำบัดเพื่อฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียมาก่อนแล้ว ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรองบ่อยช่วยยืดอายุของไส้กรองให้มีระยะเวลาการใช้งานที่ยาวขึ้น
  6. ติดตั้งง่าย  โดยสามารถติดตั้งได้ง่าย  เพียงต่อกับก๊อกน้ำในบ้านเท่านั้น สำหรับใครที่อาศัยอยู่คอนโดที่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ใช้สอย การติดเครื่องกรองน้ำที่เหมาะกับสถานที่ โดยอาจจะเลือกเครื่องกรองน้ำมีขนาดกะทัดรัด ทำให้สามารถติดตั้งที่มุมไหนของบ้านก็ได้ ที่สะดวกต่อการใช้งาน
  7. การบริการหลังการขาย การติดตามเรื่องการเปลี่ยนไส้กรอง เพราะบางทีเราก็ลืมไป การที่ตัวแทน หรือหน่วยงานบริษัทเข้ามาถามไถ่เราประจำตามกำหนดระยะเวลา จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน และบอกต่อคนอื่น ๆ ได้
  8. ยังคงแร่ธาตุที่มีประโยชน์ น้ำดื่มที่ดี นอกจากจะสะอาด ไม่มีเชื้อโรคหรือสิ่งปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคแล้ว ในน้ำควรมีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายละลายอยู่ในปริมาณที่องค์การอนามัยโลก หรือกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ โดยการประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาคได้ใช้มาตรฐานคุณภาพน้ำจาก WHO 2011 ซึ่งได้กำหนดปริมาณขั้นต่ำของแร่ธาตุบางชนิดไว้อย่างเช่น ฟลูออไรด์ (Fluoride) = 0.7 mg/l* เป็นต้น
  9. การรับประกัน มีใบรับประกัน มีชื่อบริษัทที่น่าเชื่อถือ และสามารถติดตามได้ ซึ่งการรับประกันไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วน หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ หากมีการรับประกันจะทำให้เรามั่นใจได้ถึงความปลอดภัยต่าง ๆ
  10. การโฆษณาตามสื่อต่างๆ ทำให้สินค้าดูน่าเชื่อถือ หากเราจะเลือกเครื่องกรองน้ำสักเครื่อง เราอาจจะต้องดูเรื่องการสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ในช่องทางต่าง ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ หรือถ้าอยากรู้ในเชิงลึก ก็สามารถหาข้อมูลหรือสอบถามผู้ที่รู้ ก็จะช่วยให้เราตัดสินใจได้

วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เครื่องกรองน้ำ มิตรแท้ต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมตัวจริง!!

ถ้าพูดถึงน้ำดื่ม เราจะเชื่อได้อย่างไรว่าน้ำตามท้องตลาดนั้นสะอาดพอและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และด้วยความที่น้ำดื่มตามท้องตลาดทั่วไปจะบรรจุในขวดพลาสติก ทำให้เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ใช้เวลาย่อยสลายนานนับปี  เราจึงควรตระหนักและหันมาเปลี่ยนแปลงวิธีบริโภคน้ำดื่ม โดยเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา คือ การเปลี่ยนเครื่องกรองน้ำ หรือติดตั้งเครื่องกรองน้ำที่มีมาตรฐานสากลอย่าง eSpring ถ้าถามว่าแล้วทำไมถึงต้องใช้เครื่องกรองน้ำ eSpring  ช่วยลดมลพิษและดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร



     การติดตั้งเครื่องกรองน้ำไว้ใช้เองที่บ้านนั้นช่วยลดมลพิษและรักษาสิ่งแวดล้อมได้แน่นอนครับ แถมยังดีต่อสุขภาพ และได้แร่ธาตุที่ร่างกายของคนเราต้องการครบถ้วน  เราไปดูว่าเครื่องกรองน้ำ eSpring มีประโยชน์อย่างไรบ้าง

1. ช่วยลดขวดพลาสติก ที่ย่อยสลายยากและยังเป็นที่มาของมลพิษและระบบนิเวศต่าง ๆ ด้วย สมมุติ
ว่าคนไทย 60 ล้านคน ดื่มน้ำวันล่ะ ขวด ก็จะทำให้มีขวดพลาสติกถึง 60 ล้านขวดต่อวันกันเลยที
เดียว เมื่อคิดถึงวิธีกำจัด หรือมูลค่าที่จะต้องจัดการกับขยะกองโตนี้ ก็ถือว่าเยอะอยู่มากเลยทีเดียว

2. ประหยัดเงิน แน่นอนว่าการที่เรากรองน้ำดื่มเอง และนำบรรจุใส่ภาชนะทุกครั้งที่เราออกไปนอกบ้าน จะช่วยให้เราประหยัดทั้งเงิน และมั่นใจในน้ำดื่มที่เราพกไปเองอีกด้วย

3. ชะลอวัย เครื่องกรองน้ำ eSpring ได้นำเทคโนโลยีไส้กรองคาร์บอนมาประยุกต์ใช้ จึงทำให้เราได้ดื่มน้ำสะอาด ปราศจากเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อน อีกทั้งยังช่วยกำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ และปรับปรุงรสชาติของน้ำด้วย การดื่มน้ำเป็นประจำยังส่งผลให้เรามีสุขภาพผิวที่ดี ผิวพรรณชุ่มชื้น เปล่งปลั่งสดใสและดูมีน้ำมีนวลด้วย

4. ไม่เกิดการสูญเสียน้ำ เครื่องกรองน้ำ eSpring ทำให้ไม่เกิดการสูญเสียน้ำขณะกรอง ช่วยประหยัดทรัพยากรน้ำของโลก ซึ่งถ้าหากเทียบกับเครื่องกรองน้ำทั่วไปซึ่งจะสูญเสียน้ำในระหว่างกรองถึง 80% เครื่องกรองน้ำ eSpring จึงเป็นเครื่องกรองน้ำที่ทำให้ใช้น้ำได้อย่างคุ้มค่า

5. ติดตั้งง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน เครื่องกรองน้ำ eSpring มีขนาดกะทัดรัด ไม่เปลืองเนื้อที่ ไม่ว่าที่บ้านหรือคอนโดก็สามารถติดตั้งได้ง่าย ๆ ตอบสนองทุกความต้องการของทุกคนในครอบครัว ทั้งใช้ดื่มและปรุงอาหาร สะดวกต่อการใช้งานและยังปลอดภัยอีกด้วย เพราะเครื่องกรองน้ำ eSpring ได้มีการนำเทคโนโลยีไร้สายมาใช้ ทำให้ไฟฟ้าและน้ำไม่สัมผัสกันโดยตรง

     จะเห็นว่าเครื่องกรองน้ำนั้นมีประโยชน์ต่อเราและคนในครอบครัวมาก ๆ หากเราหันมาใส่ใจสุขภาพ เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวเรา รับรองว่าคุณและครอบครัวจะมีชีวิตที่ดี ร่างกายแข็งแรงแน่นอน หากสนใจเครื่องกรองน้ำที่ได้มาตรฐานสากล ลองคลิกไปศึกษาข้อมูลกันก่อนที่ www.espring.co.th